วิธีใช้ SSH บน Ubuntu: การเข้าถึงระยะไกลอย่างปลอดภัย, การติดตั้ง, และแนวปฏิบัติที่ดีที่สุด

.

1. SSH คืออะไร? วิธีใช้บน Ubuntu

SSH (Secure Shell) เป็นโปรโตคอลที่ช่วยให้คุณเชื่อมต่อและควบคุมเซิร์ฟเวอร์จากระยะไกลอย่างปลอดภัย บนระบบ Linux เช่น Ubuntu SSH เป็นเครื่องมือบรรทัดคำสั่งที่สำคัญสำหรับการดูแลระบบ การใช้ SSH จะทำให้การสื่อสารกับเซิร์ฟเวอร์ถูกเข้ารหัส ป้องกันการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาตและการดักฟังจากบุคคลที่สาม

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง: What is SSH? Official Ubuntu Documentation

2. วิธีติดตั้ง SSH บน Ubuntu

ต่อไปนี้เป็นขั้นตอนการติดตั้งและตั้งค่าเซิร์ฟเวอร์ SSH บน Ubuntu เพื่อเปิดใช้งานการเชื่อมต่อที่ปลอดภัย

  1. อัปเดตรายการแพ็กเกจ :
    sudo apt update
    
  1. ติดตั้ง OpenSSH server :
    sudo apt install openssh-server
    
  1. เริ่มบริการและตรวจสอบสถานะ :
    sudo systemctl status ssh
    

หมายเหตุ: ดูเอกสารรายละเอียดของ OpenSSH ของ Ubuntu ที่ OpenSSH detailed documentation เพื่อข้อมูลเพิ่มเติม

3. ตรวจสอบสถานะของบริการ SSH และเปิดใช้งานเมื่อบูตระบบ

ยืนยันว่า SSH ทำงานอย่างถูกต้องและกำหนดให้เริ่มทำงานอัตโนมัติเมื่อระบบบูต

  1. ตรวจสอบสถานะของบริการ SSH :
    sudo systemctl status ssh
    
  1. เปิดใช้งาน SSH ให้เริ่มทำงานเมื่อบูต :
    sudo systemctl enable ssh
    

4. อนุญาตให้ SSH ผ่านไฟร์วอลล์

ใช้ UFW (Uncomplicated Firewall) ที่มาพร้อมกับ Ubuntu เพื่ออนุญาตการเชื่อมต่อ SSH

  1. อนุญาต SSH ผ่านไฟร์วอลล์ :
    sudo ufw allow ssh
    
  1. ตรวจสอบสถานะของ UFW :
    sudo ufw status
    

5. วิธีเชื่อมต่อไปยังเซิร์ฟเวอร์ SSH บน Ubuntu

ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้เพื่อเชื่อมต่อระยะไกลไปยังเซิร์ฟเวอร์ SSH ของคุณบน Ubuntu

  1. ตรวจสอบที่อยู่ IP ของคุณ :
    ip a
    
  1. เชื่อมต่อผ่าน SSH :
    ssh username@ip_address
    

หากมีคำเตือนปรากฏในครั้งแรกที่เชื่อมต่อ ให้พิมพ์ “yes” แล้วดำเนินการต่อโดยใส่รหัสผ่านของคุณ

เคล็ดลับ: ผู้ใช้ Windows สามารถใช้ซอฟต์แวร์อย่าง PuTTY เพื่อเชื่อมต่อผ่าน SSH

6. การกำหนดค่า SSH ขั้นสูง (เปลี่ยนพอร์ต, ปิดการเข้าสู่ระบบด้วย root)

ปรับเปลี่ยนการตั้งค่าเริ่มต้นของ SSH เพื่อเพิ่มความปลอดภัย

  1. เปลี่ยนพอร์ตเริ่มต้น : การเปลี่ยนพอร์ตเริ่มต้น 22 จะลดความเสี่ยงจากการโจมตีแบบ brute‑force
    sudo nano /etc/ssh/sshd_config
    #Port 22 → change to your preferred port number
    
  1. ปิดการเข้าสู่ระบบด้วย root : เพื่อความปลอดภัยที่สูงขึ้น ให้ปิดการเข้าสู่ระบบสำหรับผู้ใช้ root
    PermitRootLogin no
    

หลังจากทำการเปลี่ยนแปลงแล้ว ให้รีสตาร์ทบริการ SSH

sudo systemctl restart ssh

7. การเสริมความปลอดภัยให้กับเซิร์ฟเวอร์ SSH (แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด)

ต่อไปนี้เป็นแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับเซิร์ฟเวอร์ SSH ของคุณ

  1. ใช้การตรวจสอบสิทธิ์ด้วยคีย์ SSH : แทนการใช้รหัสผ่านด้วยการตรวจสอบสิทธิ์ด้วยคีย์สาธารณะเพื่อความปลอดภัยที่สูงขึ้น ดูรายละเอียดใน SSH Key Generation Guide
  2. จำกัดการเข้าถึงให้กับผู้ใช้เฉพาะ : ใช้ directive AllowUsers เพื่อจำกัดการเข้าถึง SSH ให้กับบัญชีผู้ใช้ที่กำหนด
  3. ป้องกันการโจมตีแบบ brute‑force ด้วย Fail2Ban : ติดตั้ง Fail2Ban เพื่อบล็อกการพยายามเข้าสู่ระบบที่ล้มเหลวซ้ำ ๆ อัตโนมัติ
    sudo apt install fail2ban
    

ดูคู่มือการตั้งค่าอย่างละเอียดของ Fail2Ban ที่ Fail2Ban configuration guide

8. การแก้ไขปัญหาการเชื่อมต่อ SSH ที่พบบ่อย

หากคุณพบปัญหาในการเชื่อมต่อ ให้ตรวจสอบสิ่งต่อไปนี้

  • การตั้งค่าไฟร์วอลล์ผิดพลาด : ตรวจสอบให้แน่ใจว่า UFW หรือไฟร์วอลล์อื่น ๆ ถูกตั้งค่าอย่างถูกต้อง
  • ที่อยู่ IP ไม่ถูกต้อง : ตรวจสอบที่อยู่ IP ของเซิร์ฟเวอร์ของคุณอีกครั้ง
  • ข้อผิดพลาดในไฟล์กำหนดค่า SSH : ตรวจสอบไฟล์ /etc/ssh/sshd_config เพื่อหาข้อผิดพลาดและรีสตาร์ทบริการหากจำเป็น

สรุป

คู่มือนี้อธิบายวิธีการติดตั้ง, กำหนดค่า, และเสริมความปลอดภัยให้กับ SSH บน Ubuntu ปฏิบัติตามแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดเหล่านี้เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและจัดการเซิร์ฟเวอร์ของคุณอย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม ดูที่ official Ubuntu SSH setup guide